ข้อกำหนดและเงื่อนไขการสั่งซื้อสินค้าจำนวนมาก
ข้อกำหนดและเงื่อนไขการใช้บริการการสั่งซื้อสินค้าจำนวนมาก
[ข้อกำหนดและเงื่อนไขการใช้บริการ UNIQLO UNIFORM] (ต่อไปนี้เรียกว่า “ข้อกำหนดและเงื่อนไข”) ให้ใช้บังคับแก่ลูกค้า (ต่อไปนี้เรียกว่า “ลูกค้า”) ซึ่งสั่งซื้อสินค้าและบริการที่เกี่ยวข้องจาก บริษัท ยูนิโคล่ (ประเทศไทย) จำกัด (ต่อไปนี้เรียกว่า “บริษัท”) ผ่านทางการสั่งซื้อจำนวนมาก (https://www.uniqlo.com/th/th/special-feature/bulk-orders ต่อไปนี้เรียกว่า “เว็บไซต์”) ก่อนดำเนินการสั่งซื้อ ลูกค้าจะต้องอ่านข้อกำหนดและเงื่อนไขฉบับนี้โดยครบถ้วนและตกลงผูกพันตามข้อกำหนดและเงื่อนไขดังกล่าว การขอใบเสนอราคาสินค้า การเข้าทำสัญญาซื้อขาย การจำหน่ายสินค้า การให้บริการ ตลอดจนธุรกรรมและการดำเนินการทั้งปวงที่เกี่ยวเนื่องกับการดังกล่าว ซึ่งกระทำระหว่างบริษัทกับลูกค้าภายใต้ข้อกำหนดและเงื่อนไขฉบับนี้ ให้เรียกรวมกันว่า “ธุรกรรม”
ข้อ 1 การทำสัญญาซื้อขาย
1 ลูกค้าจะต้องระบุรายละเอียดสินค้าที่ประสงค์จะสั่งซื้อ จำนวนสินค้า สถานที่จัดส่ง (ซึ่งต้องอยู่ภายในประเทศไทย) และเงื่อนไขอื่น ๆ (รวมเรียกว่า “รายละเอียดคำสั่งซื้อ”) ผ่านทางเว็บไซต์ตามวิธีการและขั้นตอนที่บริษัทกำหนด และขอรับใบเสนอราคาจากบริษัทสำหรับรายละเอียดคำสั่งซื้อดังกล่าว
2 เมื่อบริษัทได้รับคำขอตามวรรคก่อนแล้ว บริษัทจะจัดส่งใบเสนอราคาสำหรับรายละเอียดคำสั่งซื้อดังกล่าว (“ใบเสนอราคา”) ไปยัง ที่อยู่อีเมลที่ลูกค้าระบุ (ทั้งนี้ ในกรณีที่ลูกค้าใช้บริการดัดแปลงสินค้า (หมายถึงบริการปัก พิมพ์ ตัดความยาว หรือการดัดแปลงอื่นใดแก่สินค้าตามที่ลูกค้ากำหนด) ใบเสนอราคาดังกล่าวจะรวมถึงภาพตัวอย่างของสินค้านั้นด้วย อย่างไรก็ดี บริษัทอาจออกใบเสนอราคาโดยมีเงื่อนไขแตกต่างไปจากที่ลูกค้าร้องขอ หรืออาจปฏิเสธการออกใบเสนอราคาได้ ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับสถานะสินค้าคงคลัง สถานะการจัดหา กำลังการผลิตหรือการให้บริการดัดแปลง รวมถึงเหตุหรือสถานการณ์อื่นใดที่เกี่ยวข้อง ณ ขณะที่ได้รับคำขอดังกล่าว
3 ในกรณีที่ลูกค้ามีความประสงค์ตกลงซื้อสินค้าจากบริษัทตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในใบเสนอราคาและภาพตัวอย่างสินค้าให้ตอบกลับผ่านฟอร์มของบริษัทภายในระยะเวลาที่ใบเสนอราคายังมีผลใช้บังคับ ให้ถือว่าสัญญาซื้อขายสินค้าดังกล่าว (“สัญญาซื้อขาย”) ได้เกิดขึ้นสมบูรณ์แล้ว โดยเป็นไปตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในใบเสนอราคาดังกล่าว
4 ในกรณีที่ลูกค้าร้องขอให้มีการเปลี่ยนแปลง เพิ่มเติม หรือแก้ไขเงื่อนไขใด ๆ ที่ระบุไว้ในใบเสนอราคา ให้ถือว่าลูกค้ายังมิได้ยอมรับใบเสนอราคาดังกล่าว และจะยังไม่ถือว่าเกิดสัญญาซื้อขาย ในกรณีดังกล่าว บริษัทจะออกใบเสนอราคาฉบับแก้ไข และเมื่อภายในระยะเวลาที่ใบเสนอราคาฉบับแก้ไขดังกล่าวยังมีผลใช้บังคับ ลูกค้าได้ยอมรับใบเสนอราคาฉบับแก้ไขนั้นหรือเอกสารอื่นที่มีลักษณะเช่นเดียวกัน ให้ถือว่าสัญญาซื้อขายได้เกิดขึ้นตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในใบเสนอราคาฉบับแก้ไขหรือเอกสารดังกล่าว
5 โดยไม่คำนึงถึงความในข้อ 3 หากภายหลังจากที่บริษัทได้จัดส่งใบเสนอราคาให้แก่ลูกค้าแล้ว และก่อนที่ลูกค้าจะยอมรับใบเสนอราคาดังกล่าว ลูกค้าได้ชำระค่าธรรมเนียมที่ระบุไว้ในข้อ 2 ให้แก่บริษัท ให้ถือว่าลูกค้าได้ยอมรับการซื้อสินค้าตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในใบเสนอราคาแล้ว และให้ถือว่าสัญญาซื้อขายได้เกิดขึ้นโดยสมบูรณ์ตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในใบเสนอราคานับแต่เวลาที่บริษัทได้รับชำระค่าธรรมเนียมดังกล่าว อย่างไรก็ดี หากจำนวนเงินที่ลูกค้าชำระไม่ตรงกับค่าธรรมเนียมที่ระบุไว้ในใบเสนอราคา หรือในกรณีที่บริษัทเห็นสมควรด้วยเหตุประการอื่น บริษัทอาจระงับการทำสัญญาซื้อขายไว้ก่อน หรืออาจขอให้ลูกค้ายืนยันรายละเอียดการสั่งซื้อหรือการชำระเงินเพิ่มเติมก่อนการทำสัญญาซื้อขายได้
ข้อ 2 การชำระเงิน
1 หลังจากที่สัญญาซื้อขายมีผลสมบูรณ์แล้ว ลูกค้าจะต้องชำระเงินเต็มจำนวนของราคาสินค้า ค่าดำเนินการ ค่าบรรจุภัณฑ์ และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ (รวมเรียกว่า “ค่าธรรมเนียม”) ภายในกำหนดเวลาการชำระเงินที่ระบุไว้
2 หากบริษัทต้องคืนเงินให้แก่ลูกค้าไม่ว่าด้วยเหตุใดก็ตาม รวมถึงกรณีที่ลูกค้าชำระเงินเกินกว่าค่าธรรมเนียมที่ต้องชำระ บริษัทจะดำเนินการคืนเงินตามวิธีการที่บริษัทกำหนด โดยค่าธรรมเนียมการโอนเงินผ่านธนาคารและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการคืนเงินดังกล่าว ลูกค้าจะเป็นผู้รับผิดชอบ อย่างไรก็ตาม หากการคืนเงินนั้นเกิดจากเหตุอันเป็นความรับผิดของบริษัท ค่าธรรมเนียมการโอนเงินผ่านธนาคารและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องจะเป็นภาระของบริษัท
ข้อ 3 การจัดส่งสินค้า
1 ภายใต้เงื่อนไขที่บริษัทได้รับชำระค่าธรรมเนียมตามที่กำหนดไว้ในข้อ 2 วรรค 1 แล้ว บริษัทจะจัดส่งสินค้าไปยังสถานที่จัดส่งตามที่ระบุไว้ในใบเสนอราคา
2 หากไม่สามารถจัดส่งสินค้าได้เนื่องจากความผิดพลาดหรือข้อมูลที่ไม่ครบถ้วนของที่อยู่จัดส่งซึ่งลูกค้าเป็นผู้แจ้ง บริษัทจะไม่รับผิดชอบต่อค่าใช้จ่ายหรือความเสียหายใด ๆ ที่เกิดขึ้น รวมถึงค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการจัดส่งซ้ำหรือการเปลี่ยนแปลงสถานที่จัดส่ง
3 ระยะเวลาการจัดส่ง กำหนดวันส่งมอบ หรือข้อมูลเกี่ยวกับช่วงเวลาในการส่งมอบสินค้าที่บริษัทระบุไว้ ไม่ว่าจะในรูปแบบใด ให้ถือเป็นเพียงการประมาณการเท่านั้น และไม่ถือเป็นการรับประกันหรือผูกพันให้บริษัทต้องดำเนินการส่งมอบสินค้าให้แล้วเสร็จภายในกำหนดเวลาดังกล่าวแต่อย่างใด.
4 การโอนกรรมสิทธิ์และความเสี่ยง
กรรมสิทธิ์และความเสี่ยงในสินค้าที่เป็นวัตถุแห่งสัญญาซื้อขาย (ต่อไปนี้เรียกว่า “สินค้าที่ซื้อ”) จะโอนจากบริษัทไปยังลูกค้าเมื่อมีการส่งมอบสินค้า ณ สถานที่จัดส่งตามที่ระบุไว้ในใบเสนอราคา
ข้อ 5 วัสดุที่ลูกค้าจัดหาและข้อมูลที่จัดทำขึ้นจากวัสดุดังกล่าว
1 ในกรณีที่ลูกค้าส่งมอบข้อมูล การออกแบบ โลโก้ รูปภาพ หรือวัสดุอื่นใดให้แก่บริษัทเพื่อใช้เกี่ยวกับสินค้า (ต่อไปนี้เรียกว่า “วัสดุที่จัดหาให้” (Provided Materials) ลูกค้าขอรับรองและรับประกันว่า
(1) วัสดุที่จัดหาให้ดังกล่าวไม่ละเมิดสิทธิบัตร สิทธิในอนุสิทธิบัตร สิทธิในเครื่องหมายการค้า สิทธิในแบบผลิตภัณฑ์ ลิขสิทธิ์ หรือสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาอื่นใดของบุคคลที่สาม
(2) วัสดุที่จัดหาให้ดังกล่าวไม่ละเมิดสิทธิในภาพลักษณ์ของบุคคล (Portrait Rights) หรือสิทธิในการใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์จากชื่อเสียง ภาพลักษณ์ หรือบุคลิกภาพ (Publicity Rights) ของบุคคลที่สาม และ
(3) การที่บริษัทนำวัสดุที่จัดหาให้ดังกล่าวไปใช้ จะไม่เป็นการละเมิดสิทธิใด ๆ ของบุคคลที่สาม และไม่เป็นการฝ่าฝืนกฎหมายว่าด้วยการป้องกันการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม หรือกฎหมายและข้อบังคับอื่นใดที่เกี่ยวข้อง
2 ในกรณีตามที่กำหนดไว้ในวรรคก่อน ลูกค้าให้สิทธิแก่บริษัทและผู้รับจ้างของบริษัท ในลักษณะที่ไม่ผูกขาด และไม่ต้องชำระค่าลิขสิทธิ์หรือค่าตอบแทนในการทำซ้ำ ดัดแปลง แก้ไข พิมพ์ และใช้ประโยชน์จากวัสดุที่จัดหาให้ในลักษณะอื่นใด เท่าที่จำเป็นต่อการปฏิบัติหน้าที่ของบริษัทตามสัญญาซื้อขาย
3 ลูกค้าตกลงว่าบริษัทอาจเก็บรักษาวัสดุที่ลูกค้าจัดหาให้ และข้อมูลที่ผ่านการประมวลผลหรือสร้างขึ้นโดยใช้วัสดุดังกล่าว (ต่อไปนี้เรียกว่า “ข้อมูลที่จัดทำขึ้น”) ไว้ภายหลังจากการดำเนินธุรกรรมเสร็จสิ้นแล้ว เพื่อวัตถุประสงค์ในการปฏิบัติหน้าที่ตามสัญญาซื้อขาย การให้บริการหลังการขาย การรับคำสั่งซื้อซ้ำ การควบคุมคุณภาพ การจัดการข้อพิพาท และวัตถุประสงค์อื่นใดที่จำเป็นต่อการดำเนินธุรกิจ อย่างไรก็ตาม บริษัทไม่มีหน้าที่ต้องเก็บรักษาข้อมูลที่จัดทำขึ้นดังกล่าว และหากลูกค้าร้องขอให้ลบข้อมูล บริษัทจะดำเนินการตามคำขอดังกล่าวเท่าที่สมเหตุสมผล เว้นแต่กรณีที่บริษัทจำเป็นต้องเก็บรักษาข้อมูลดังกล่าวตามกฎหมาย กฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง หรือเพื่อวัตถุประสงค์ทางธุรกิจของบริษัท
ข้อ 6 การไม่รับประกัน
บริษัทไม่รับประกันว่าสินค้าที่ลูกค้าซื้อจะเหมาะสมกับวัตถุประสงค์เฉพาะของลูกค้า หรือจะมีคุณสมบัติ ประสิทธิภาพ คุณภาพ มูลค่าทางการค้า ความถูกต้อง หรือประโยชน์ใช้สอยตามที่ลูกค้าคาดหวัง
นอกจากนี้ บริษัทไม่รับประกันว่าการสั่งซื้อ การยื่นคำขอ หรือการดำเนินการใด ๆ ผ่านเว็บไซต์จะเป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบข้อบังคับ หรือข้อกำหนดภายในของลูกค้า รวมถึงกฎเกณฑ์หรือมาตรฐานขององค์กรหรือสมาคมวิชาชีพที่เกี่ยวข้อง อย่างไรก็ตาม ข้อกำหนดในข้อนี้ไม่มีเจตนาที่จะตัดสิทธิ จำกัดสิทธิ หรือจำกัดช่องทางการเยียวยาที่ลูกค้ามีอยู่ตามกฎหมาย ในกรณีที่กฎหมายที่ใช้บังคับไม่อนุญาตให้ตัดหรือจำกัดสิทธิดังกล่าวได้.
ข้อ 7 ข้อห้ามในการนำสินค้าไปจำหน่ายซ้ำ
1 สินค้าที่ซื้อภายใต้ข้อกำหนดและเงื่อนไขนี้ ให้ใช้ได้เฉพาะโดยลูกค้า กรรมการ พนักงาน สมาชิก หรือบุคคลที่เกี่ยวข้องกับลูกค้าเท่านั้น หากไม่ได้รับการยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรจากบริษัทล่วงหน้า รวมถึงทางอีเมล ลูกค้าจะต้องไม่กระทำการใด ๆ ดังต่อไปนี้ ไม่ว่าจะมีจุดประสงค์เพื่อค้ากำไรหรือไม่:
(1) จัดส่งหรือส่งต่อสินค้าออกนอกประเทศ หรือ กำหนดให้ผู้ให้บริการรับฝากหรือส่งต่อสินค้าไปต่างประเทศเป็นสถานที่จัดส่งสินค้า
(2) ขายต่อ หรือจำหน่ายต่อเพื่อการค้า ให้เช่า หรือโอนสินค้าต่อให้แก่บุคคลภายนอกในรูปแบบใดๆ
(3) นำสินค้าไปจัดแสดงที่งานแสดงสินค้าหรือหรืองานกิจกรรมอื่นใด
(4) ทำซ้ำหรือคัดลอกสินค้า
การกระทำอื่นใดที่มีลักษณะเดียวกัน หรือใกล้เคียงกับการกระทำตามข้อ (1) - (4) ข้างต้น
2 หากลูกค้าฝ่าฝืนข้อกำหนดในย่อหน้าข้างต้น (รวมถึงกรณีที่บริษัทพิจารณาอย่างสมเหตุสมผลว่าลูกค้าได้ฝ่าฝืนข้อกำหนดในวรรคก่อน) บริษัทมีสิทธิที่จะดำเนินการทางกฎหมายกับลูกค้า และอาจปฏิเสธคำสั่งซื้อของลูกค้าในอนาคต
ข้อ 8 การคืนและเปลี่ยนสินค้า
(1) ลูกค้าตกลงที่จะไม่ขอให้บริษัทยอมรับการคืนหรือเปลี่ยนสินค้า สำหรับสินค้าใด ๆ ที่ซื้อไปแล้ว
(2) โดยไม่คำนึงถึงข้อกำหนดในวรรคก่อนหน้า หากสินค้าที่ซื้อมีตำหนิหรือข้อบกพร่อง ลูกค้าสามารถขอคืนหรือเปลี่ยนสินค้าได้ตามนโยบายที่กำหนดโดยบริษัท สามารถตรวจสอบรายละเอียดของนโยบายดังกล่าวได้ บนเว็บไซต์บริษัท
ข้อ 9 ข้อจำกัดความรับผิด
1 ไม่ว่าความรับผิดจะเกิดขึ้นจากเหตุใด เว้นแต่ในกรณีที่บริษัทกระทำโดยเจตนา หรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง หรือในกรณีที่กฎหมายที่ใช้บังคับไม่อนุญาตให้จำกัดความรับผิดได้ บริษัทจะไม่ต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายหรือความสูญเสียใดๆที่ลูกค้าได้รับอันเกี่ยวเนื่องกับข้อกำหนดและเงื่อนไขฉบับนี้ หรือสัญญาซื้อขาย
2 แม้บริษัทจะรับผิดชอบโดยไม่คำนึงถึงข้อกำหนดในวรรคก่อนหน้า ความรับผิดชอบสูงสุดของบริษัทจะไม่เกินจำนวนค่าธรรมเนียมทั้งหมด (Fees) ที่ลูกค้าได้ชำระให้แก่บริษัท
เงื่อนไขนี้จะไม่นำมาใช้ในกรณีที่เป็นความเสียหายหรือความสูญเสียที่เกิดจากการกระทำโดยเจตนาหรือความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงของบริษัท หรือในกรณีที่กฎหมายที่ใช้บังคับไม่อนุญาตให้จำกัดความรับผิดได้
ข้อ 10 การชดใช้ค่าเสียหายสำหรับข้อเรียกร้องจากบุคคลที่สาม
หากลูกค้าก่อให้เกิดความเสียหายหรือความสูญเสียต่อบุคคลที่สามที่เกี่ยวข้องกับธุรกรรม (รวมถึงการละเมิดข้อกำหนดเหล่านี้หรือสัญญาซื้อขาย) เว้นแต่ในขอบเขตที่เกิดจากกระทำโดยจงใจหรือความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงของบริษัท ลูกค้าต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการจัดการกับข้อเรียกร้องดังกล่าวด้วยตนเอง และหากบริษัทได้รับความเสียหายหรือการสูญเสีย ลูกค้าจะชดใช้ค่าเสียหายให้กับบริษัทสำหรับความเสียหายหรือการสูญเสียดังกล่าว (รวมถึงค่าทนายที่เหมาะสม)
ข้อ 11 เหตุสุดวิสัย
หากการปฏิบัติตามภาระผูกพันของบริษัททั้งหมดหรือบางส่วนภายใต้ข้อกำหนดเหล่านี้ไม่สามารถปฏิบัติได้อีกต่อไป หรือปฏิบัติได้ยากเนื่องจากภัยพิบัติทางธรรมชาติ สงคราม เหตุจลาจล ความไม่สงบในประเทศ การบุกรุกโจมตี การระบาดของโรคติดต่อ กฎระเบียบข้อบังคับของรัฐบาล การตรา ปรับแก้ หรือการเพิกถอนกฎหมายและกฎระเบียบข้อบังคับ คำสั่งหรือมาตรการที่ออกโดยหน่วยงานราชการ หรือเหตุต่างๆที่เกิดขึ้นเหนือความควบคุมของบริษัทหรือลูกค้า บริษัทจะได้รับการยกเว้นจากการปฏิบัติตามภาระผูกพันดังกล่าว
ข้อ 12 สิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา
1 ลิขสิทธิ์ สิทธิในเครื่องหมายการค้า และสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาอื่น ๆ ทั้งหมดไม่ว่าจะอยู่ในรูปแบบข้อความ รูปภาพ การออกแบบ หรือองค์ประกอบอื่น ๆ ที่ใช้บนเว็บไซต์ถือเป็นทรัพย์สินของบริษัทหรือผู้ถือสิทธิ์ที่ถูกต้องตามกฎหมาย และลูกค้าต้องไม่ข้องเกี่ยวกับการกระทำใด ๆ ที่เป็นการละเมิด หรืออาจละเมิดสิทธิ์เหล่านั้น
2 ลูกค้าจะไม่ข้องเกี่ยวกับการกระทำใด ๆ ดังต่อไปนี้ ไม่ว่าทางตรงหรือผ่านบุคคลที่สาม หากไม่ได้รับการยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรจากบริษัทล่วงหน้า รวมถึงทางอีเมล์ :
(1) แสดงข้อความบนเว็บไซต์หรือสื่ออื่นใดของลูกค้า ที่อาจทำให้บุคคลทั่วไปเข้าใจว่าลูกค้ามีความสัมพันธ์ทางธุรกิจ ความร่วมมือ หรือความสัมพันธ์ในลักษณะอื่นใดกับบริษัท;
(2) ใช้ชื่อเครื่องหมายทางการค้า ชื่อบริษัท ชื่อแบรนด์ หรือชื่ออื่น ๆ ของบริษัท หรือ UNIQLO;
(3) ใช้เครื่องหมายทางการค้าใด ๆ ในธุรกิจส่วนตัวที่มีแนวโน้มจะก่อให้เกิดความสับสนกับเครื่องหมายทางการค้าของบริษัท ชื่อทางการค้า โลโก้ หรือเครื่องหมายบ่งชี้ อื่น ๆ; หรือ
(4) ขอจดขึ้นทะเบียนของสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาหรือเพื่อสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาของบริษัท หรือเครื่องหมายทางการค้าที่มีแนวโน้มจะก่อให้เกิดความสับสน
ข้อ 13 ลูกค้าเปลี่ยนแปลงหรือยกเลิกสัญญาซื้อขาย
1 ลูกค้าสามารถยกเลิกหรือเปลี่ยนสัญญาซื้อขายเมื่อได้รับการยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรจากบริษัท รวมถึงทางอีเมลเท่านั้น
2 โดยไม่คำนึงถึงข้อกำหนดในวรรคก่อนหน้า หากเป็นกรณีดังต่อไปนี้ ลูกค้าจะไม่สามารถยกเลิกหรือเปลี่ยนสัญญาซื้อขายได้:
(1) บริษัทเริ่มดำเนินการไปแล้ว (รวมถึงการปัก พิมพ์ ปรับแก้ หรือกระบวนการอื่น ๆ)
(2) บริษัทเริ่มกระบวนการส่งสินค้าไปแล้ว; หรือ
(3) บริษัทพิจารณาด้วยเหตุอันสมควรว่าการยกเลิกหรือการเปลี่ยนแปลงไม่สามารถปฏิบัติได้จริง
3 แม้ว่าการยกเลิกหรือการเปลี่ยนสัญญาซื้อขายจะได้รับการอนุญาตแล้ว หากบริษัทได้เสียค่าใช้จ่ายในการสั่งซื้อ ดำเนินการ หรือการปฏิบัติตามข้อผูกพันอื่น ๆ ภายใต้สัญญาซื้อขาย ลูกค้าต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเหล่านั้นด้วยตนเอง ตามจำนวนที่บริษัทคำนวณได้อย่างสมเหตุสมผล
ข้อ 14 การยกเลิกสัญญาและมาตรการที่จำเป็นอื่น ๆ
1 หากเกิดเหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่งดังต่อไปนี้ บริษัทอาจยกเลิกสัญญาซื้อขายได้
(1) ลูกค้าฝ่าฝืนข้อกำหนดเหล่านี้ หรือบริษัทพิจารณาโดยมีเหตุอันสมควรว่าลูกค้ามีแนวโน้มที่จะฝ่าฝืนข้อกำหนดเหล่านี้
(2) ภายหลังจากสัญญาซื้อขายมีผลสมบูรณ์แล้ว ลูกค้าไม่ชำระค่าธรรมเนียมเต็มจำนวนภายในกำหนดเวลาชำระเงินที่ระบุไว้ในใบเสนอราคา
(3) บริษัทพิจารณาโดยมีเหตุอันสมควรว่าการปฏิบัติตามหน้าที่ภายใต้สัญญาซื้อขายเป็นไปได้โดยยาก เช่น ในกรณีที่ลูกค้าไม่ตอบกลับข้อซักถามจากบริษัทภายในระยะเวลาอันสมควร หรือ
(4) บริษัทไม่สามารถจัดส่งสินค้าให้แก่ลูกค้าได้ เนื่องจากไม่ทราบที่อยู่สำหรับจัดส่ง ลูกค้าไม่อยู่เพื่อรับสินค้าเป็นระยะเวลานาน หรือด้วยเหตุอื่นใดที่มิได้เกิดจากหรือเป็นความรับผิดของบริษัท
2 หากมีความจำเป็นเพื่อรักษาความปลอดภัยของลูกค้า บริษัท หรือบุคคลที่สาม หรือหากเกิดเหตุอื่นใดซึ่งบริษัทเห็นว่าการปฏิบัติตามหน้าที่ภายใต้สัญญาซื้อขายต่อไปนั้นไม่เหมาะสม บริษัทอาจระงับหรือยุติการปฏิบัติตามหน้าที่ภายใต้สัญญาซื้อขายทั้งหมดหรือบางส่วน หรือระงับหรือยุติการให้บริการที่เกี่ยวข้องแก่ลูกค้าทั้งหมดหรือบางส่วน ตลอดจนดำเนินมาตรการอื่นใดตามที่เห็นสมควร
ข้อ 15 การห้ามโอนสิทธิและหน้าที่
หากไม่ได้รับความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรล่วงหน้าจากบริษัท ลูกค้าจะต้องไม่มอบหมาย โอน หรือกระทำการใด ๆ ให้บุคคลภายนอก รับช่วงหรือสืบสิทธิ นำไปเป็นหลักประกัน หรือดำเนินการจำหน่าย จ่าย โอน หรือจัดการในลักษณะอื่นใด ซึ่งสถานะ สิทธิ หรือหน้าที่ทั้งหมดหรือบางส่วนของตนภายใต้ข้อกำหนดเหล่านี้หรือสัญญาซื้อขาย ให้แก่บุคคลภายนอกหรือเพื่อประโยชน์ของบุคคลภายนอก
ข้อ 16 การรักษาความลับ
1 คู่สัญญาแต่ละฝ่ายจะต้องไม่เปิดเผยข้อมูลที่อีกฝ่ายหนึ่งเปิดเผยเกี่ยวกับธุรกรรม (ไม่ว่าจะเปิดเผยเป็นลายลักษณ์อักษร โดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ ด้วยวาจา หรือโดยวิธีการอื่นใด) “ข้อมูลลับ” ให้แก่บุคคลภายนอกโดยไม่ได้รับความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรล่วงหน้าจากอีกฝ่ายหนึ่ง และคู่สัญญาแต่ละฝ่ายจะต้องไม่นำข้อมูลดังกล่าวไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่นใดนอกเหนือจากธุรกรรม
ข้อมูลดังต่อไปนี้ไม่ถือเป็นข้อมูลลับ
(1) ข้อมูลที่เป็นที่ทราบโดยทั่วไปแก่สาธารณชนอยู่แล้วในขณะที่มีการเปิดเผย
(2) ข้อมูลที่ฝ่ายผู้รับข้อมูลมีอยู่ในครอบครองโดยชอบด้วยกฎหมายก่อนที่จะได้รับการเปิดเผย
(3) ข้อมูลที่ภายหลังกลายเป็นที่ทราบโดยทั่วไปแก่สาธารณชนโดยมิใช่ความผิดของฝ่ายผู้รับข้อมูล หรือ
(4) ข้อมูลที่ได้รับมาโดยชอบด้วยกฎหมายจากบุคคลภายนอก โดยไม่มีข้อผูกพันในการรักษาความลับเกี่ยวกับข้อมูลดังกล่าว
2 โดยไม่คำนึงถึงเนื้อหาในวรรคก่อน คู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอาจเปิดเผยข้อมูลลับได้เท่าที่จำเป็นเพื่อปฏิบัติตามกฎหมายหรือกฎระเบียบ หรือคำสั่งของศาลหรือหน่วยงานอื่นที่มีอำนาจในลักษณะเดียวกัน ในกรณีที่ถูกกำหนดให้ต้องเปิดเผยข้อมูลนั้น
3 โดยไม่คำนึงถึงเนื้อหาในวรรค 1 คู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอาจเปิดเผยข้อมูลลับได้เฉพาะแก่ผู้บริหาร และพนักงานของตน บริษัทแม่ ผู้รับจ้าง ทนายความ ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต และผู้ประกอบวิชาชีพอื่นซึ่งมีความจำเป็นต้องรับทราบข้อมูลดังกล่าวเพื่อวัตถุประสงค์ของธุรกรรมเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ฝ่ายผู้รับข้อมูลจะต้องกำหนดให้บุคคลซึ่งได้รับการเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวมีหน้าที่ในการรักษาความลับในระดับที่เทียบเท่ากับหน้าที่ที่กำหนดไว้ในข้อนี้
ข้อ 17 การต่อต้านกลุ่มอิทธิพลนอกกฎหมาย หรือองค์กรอาชญากรรม
1 ลูกค้าขอรับรองและรับประกันต่อบริษัทในแต่ละข้อดังต่อไปนี้ว่า
(1) ลูกค้าไม่ใช่กลุ่มอาชญากรรมองค์กร หรือ มีความเกี่ยวข้องกับกลุ่มอาชญากรรมองค์กร ผู้เรียกรับผลประโยชน์จากบริษัท บุคคลอื่นใดที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน หรือสมาชิกของบุคคลหรือกลุ่มดังกล่าว (รวมเรียกว่า “กลุ่มอิทธิพลนอกกฎหมาย”)
(2) ลูกค้าจะไม่ยินยอมหรืออนุญาตให้กลุ่มอิทธิพลนอกกฎหมายใช้ชื่อลูกค้าและจะไม่ดำเนินธุรกรรมเพื่อประโยชน์ของกลุ่มอิทธิพลนอกกฎหมาย
(3) ลูกค้าจะไม่กระทำการด้วยตนเองหรือผ่านบุคคลภายนอก โดยใช้ถ้อยคำหรือการกระทำในลักษณะข่มขู่ คุกคาม หรือใช้ความรุนแรงต่อบริษัท หรือใช้การฉ้อฉล การบีบบังคับ หรือวิธีการอื่นใดเพื่อขัดขวางการดำเนินธุรกิจของบริษัท หรือทำให้ความน่าเชื่อถือหรือชื่อเสียงของบริษัทได้รับความเสียหาย
2 หากลูกค้าฝ่าฝืนบทบัญญัติตามวรรคก่อน บริษัทมีสิทธิบอกเลิกสัญญาซื้อขายหรือดำเนินมาตรการอื่นใดที่จำเป็นได้ทันที โดยไม่จำต้องมีการบอกกล่าวหรือทวงถามล่วงหน้า
3 บริษัทจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหาย ค่าสินไหมทดแทน การชดใช้ค่าเสียหาย หรือความรับผิดอื่นใดที่เกิดจากการดำเนินมาตรการตามวรรคก่อน นอกจากนี้ ลูกค้าจะต้องชดใช้และเยียวยาความเสียหายหรือความสูญเสียทั้งปวงที่บริษัทได้รับ อันเกิดจากการที่ลูกค้าฝ่าฝืนบทบัญญัติตามวรรคแรก
ข้อ 18 การแยกส่วนที่เป็นโมฆะ
หากข้อกำหนดข้อใดข้อหนึ่งในข้อกำหนดเหล่านี้ถูกวินิจฉัยหรือพิจารณาว่าเป็นโมฆะ ผิดกฎหมาย หรือไม่อาจบังคับใช้ได้ ข้อกำหนดส่วนที่เหลือจะไม่ได้รับผลกระทบแต่อย่างใด
ข้อ 19 กฎหมายที่ใช้บังคับและเขตอำนาจศาล
ข้อกำหนดและเงื่อนไขฉบับนี้ให้อยู่ภายใต้บังคับและตีความตามกฎหมายไทย ข้อพิพาทใด ๆ ที่เกิดขึ้นจากหรือเกี่ยวเนื่องกับข้อกำหนดและเงื่อนไขฉบับนี้ ให้อยู่ภายใต้เขตอำนาจศาลไทยแต่เพียงผู้เดียว และให้ศาลไทยเป็นศาลชั้นต้นที่มีเขตอำนาจแต่เพียงผู้เดียวในการพิจารณาข้อพิพาทดังกล่าว
บริการแชท